การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ศาลปกครองสูงสุดสั่งมิให้ปิดกั้น ขัดขวาง การชุมนุมและคุ้มครองความสะดวกของประชาชนในกิจกรรม “We walk เดินมิตรภาพ”

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่ให้ ผบ.ตร.สั่งการให้
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๔ มิให้ปิดกั้น ขัดขวาง
การชุมนุมและคุ้มครองความสะดวกของประชาชนในกิจกรรม “We walk เดินมิตรภาพ”



เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. ศาลปกครองกลางได้อ่านคำสั่งของ
ศาลปกครองสูงสุดในคดีที่นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กับพวกรวม ๔ คน ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวกรวม ๗ คน จากการร่วมชุมนุมและจัดกิจกรรม “We walk เดินมิตรภาพ” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศูนย์รังสิต มุ่งสู่จังหวัดข่อนแก่น โดยมีคำขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการดำเนินการปิดกั้น ขัดขวาง คุกคาม ข่มขู่ การใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมายและให้ดูแลการชุมนุมสาธารณะ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่และผู้ชุมนุม กับให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิด ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำสั่งกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ และ
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๔ ในฐานะเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะมิให้กระทำการใด ๆ ที่มีลักษณะเป็นการปิดกั้น ขัดขวางในการใช้เสรีภาพในการชุมนุมของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่และผู้ร่วมชุมนุมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และใช้อำนาจหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะและรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนโดยเคร่งครัด จนถึงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ แต่หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่และผู้ร่วมชุมนุมกระทำการใดอันเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เจ้าพนักงานก็ชอบจะพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือมีคำสั่งหรือประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมหรือแก้ไขหรือร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้เลิกการชุมนุม หรือดำเนินการอื่นใดตามอำนาจหน้าที่เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย
โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะเป็นสิทธิและเสรีภาพที่สำคัญประการหนึ่งของประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยซึ่งรัฐธรรมนูญรับรองไว้ แต่จะถูกจำกัดได้เฉพาะแต่กรณีเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิชุมนุมสาธารณะไว้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ ได้มีหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงแล้ว ซึ่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงไม่ได้มีคำสั่งให้แก้ไขหรือคำสั่งห้ามการชุมนุมแต่อย่างใด และจากพยานหลักฐานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีการปิดกั้น ขัดขวาง และทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่และผู้เข้าร่วมชุมนุมรู้สึกหวาดกลัว ซึ่งอาจมีการกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปในเหตุที่ถูกฟ้องร้อง อันกระทบต่อสาระสำคัญของ
สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม การมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวของศาลไม่ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคแก่การบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด
แต่ระหว่างที่มีการชุมนุม หากเจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่ามีการกระทำใด ๆ อันนำไปสู่การชุมนุมสาธารณะ



ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจก็ชอบที่จะพิจารณากำหนดเงื่อนไข หรือมีคำสั่งหรือประกาศให้มีการแก้ไขหรือร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกชุมนุมหรือสั่งให้ยุติการกระทำนั้น หรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะหรือกฎหมายอื่นได้
ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง

เปิด: 105 ครั้ง
ความคิดเห็น
ข้อความการแสดง "ความคิดเห็น" ที่ท่านได้อ่านบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน ผู้ดูแลเว็บไซด์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ที่ได้ปรากฎขึ้นบนเว็บไซต์แห่งนี้ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@insanpost.com เพื่อที่ทางเราจะได้ดำเนินการทันที
ไม่มีความคิดเห็น
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น
จากคุณ:
ความคิดเห็น:
รหัสส่งข้อมูล:
ลงโฆษณาตรงนี้ สนใจติดต่อ โทรฯ : 089-6524002
อ่าวนางปริ้นซ์วิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา

ประกาศผลฯ