การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

กฟผ. มอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนชาวนาแห่งแรกของ จ.อุบลราชธานี มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย

  กฟผ. มอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนชาวนาแห่งแรกของ จ.อุบลราชธานี  มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย

กฟผ. มอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี สืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลชาวนา พัฒนาท้องถิ่นและสร้างอาชีพในระยะยาวให้กับชาวนาในพื้นที่เขื่อนสิรินธร ต่อยอดสู่การเป็น ต้นแบบชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2560) นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี โดยมีนายสุรพล แสนทวีสุข ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นผู้รับมอบ และชาวบ้านในชุมชนบ้านโคกเที่ยง พร้อมด้วยภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

นายนิกูล ศิลาสุวรรณ กล่าวว่า การมอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน“พระราชปณิธานด้านการดูแลชาวนา” จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนชาวนาของพ่อบริเวณโดยรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า พื้นที่ใกล้แนวสายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูง ของ กฟผ. ให้มีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการมอบโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนไปแล้ว 1 แห่ง คือ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ กฟผ. บ้านเสรียง จ.สุรินทร์ และในวันนี้เป็นการส่งมอบโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี รวมทั้งมีแผนงานจะสนับสนุนโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนอีกจำนวน 7 แห่ง ที่ จ.กระบี่ จ.อุดรธานี จ.ปทุมธานี จ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรี จ.พิษณุโลก และ จ.ตาก โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2561
สำหรับวิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเขื่อนสิรินธร ของ กฟผ. เป็นวิสาหกิจชุมชนแห่งแรกที่เกิดจากการรวมตัวกันของชาวนาในพื้นที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งส่วนใหญ่จะปลูกข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิ ที่มีลักษะพิเศษ คือ ข้าวมีความเหนียว นุ่ม และ กลิ่นหอม เพราะเป็นข้าวที่ปลูกในพื้นที่สูง อีกทั้ง จ.อุบลราชธานี ยังถือเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศ กฟผ. จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและตั้งเป้าหมายในการช่วยพัฒนาท้องถิ่นและสร้างอาชีพแก่เกษตรกร ด้วยการสนับสนุนโรงสีข้าววิสาหกิจขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้มาตรฐานแห่งแรกของ จ.อุบลราชธานี เป็นเครื่องสีข้าวขนาด 3 ลูกหิน สามารถ สีข้าวได้ทุกประเภททั้งข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และข้าวไรซ์เบอรี่ มีกำลังการผลิตประมาณ7 ตันข้าวเปลือกต่อวัน โดยจะดำเนินการผลิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการและดูแลโรงสีข้าวด้วยตัวเอง คือ จำหน่าย จ่าย แจกในชุมชน ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของข้าว ส่วนผลพลอยได้จากการสีข้าว อาทิ แกลบ รำ จะนำไปขายแล้วนำเงินมาไว้ใช้บริหารโรงสีข้าว สำหรับเป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าแรง และค่าบำรุงรักษาโรงสีข้าว โดยคณะกรรมการโรงสีจะต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อ กฟผ. เพื่อติดตามประเมินผลต่อไป ทั้งนี้ การจัดตั้งโรงสีข้าวให้กับชาวนา ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ช่วยให้ชาวนามีกำไรมากกว่าการขายข้าวเปลือกในรูปแบบเดิม ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้

นอกจากนี้ กฟผ. มีแผนพัฒนาส่งเสริมต่อยอดสู่การเป็นชุมชนต้นแบบชีววิถี กฟผ. ให้ชาวบ้านหันมาทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง โดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาทำ การเกษตร เลี้ยงสัตว์ ทำประมง และบำบัดสิ่งแวดล้อม มีผลผลิตเหลือจึงขาย สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย

เปิด: 13 ครั้ง
ความคิดเห็น
ข้อความการแสดง "ความคิดเห็น" ที่ท่านได้อ่านบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน ผู้ดูแลเว็บไซด์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ที่ได้ปรากฎขึ้นบนเว็บไซต์แห่งนี้ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@insanpost.com เพื่อที่ทางเราจะได้ดำเนินการทันที
ไม่มีความคิดเห็น
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น
จากคุณ:
ความคิดเห็น:
รหัสส่งข้อมูล:
ลงโฆษณาตรงนี้ สนใจติดต่อ โทรฯ : 089-6524002
อ่าวนางปริ้นซ์วิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา

ประกาศผลฯ